Homeวิธีเลือกซื้อเปียโน เทคนิคการดูแลรักษาเปียโน

เทคนิคการดูแลรักษาเปียโน

chill
piano_how_to_buy
เทคนิคการดูแลรักษาเปียโน
1.วางในพื้นที่ที่มีการระบายอากาศที่ดี

เปียโนต้องการพื้นที่ที่มีการระบายอากาศที่ดี หากวางในที่ที่ไม่สามารถระบายอากาศได้ดีอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่เปียโนได้
พื้นที่ที่ดีที่สุดในการวางเปียโนนั่นก็คือพื้นที่กลางห้อง หรือ วางชิดกำแพงซึ่งเป็นกำแพงกั้นระหว่างพื้นที่ในบ้าน
ควรหลีกเลี่ยงการวางเปียโนชิดกับกำแพงที่กั้นระหว่างภายในและภายนอกบ้าน  รวมทั้งพื้นที่ทุกด้านของเปียโนควรมีการระบายอากาศที่ดีเช่นกัน

2.หลีกเลี่ยงหน้าต่าง

พยายามไม่วางเปียโนใกล้กับหน้าต่าง เนื่องจากตู้เปียโนที่ผลิตมาจากไม้ต้องได้รับการปกป้องจากแสงอาทิตย์ ความชื้น และการเปลี่ยนแปลงของอากาศอย่างกะทันหัน

หากต้องวางเปียโนไว้ใกล้หน้าต่าง ควรติดตั้งผ่านม่านหนาๆมาช่วยป้องกันเปียโน


3.หลีกเลี่ยงความร้อน

วางเปียโนให้ห่างจากแหล่งความร้อนเช่น เครื่องทำความร้อน หรือเตาผิง ซึ่งเป็นตัวทำลายชิ้นส่วนภายในอันก่อให้เกิดผลเสียต่อความสมดุลและเสียงของเปียโน

รวมถึงระวังกระแสความร้อนจากลมร้อนที่อาจพัดเข้ามา หรือจากแสงส่องสว่างที่มากระทบเปียโนโดยตรง

4.การวางในที่ที่เหมาะสมช่วยให้คุณภาพเสียงดีขึ้น

เปียโนจะทำงานได้ดีที่สุด และให้เสียงที่ดีที่สุด ในสภาพอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสม รวมทั้งการระบายอากาศที่ดีด้วยเช่นกัน

โดยทั่วไปแล้วความชื้นที่ระดับ 50-60% จะเหมาะสมกับเปียโนที่สุด

วัตถุดิบและชิ้นส่วนในการประกอบเปียโนมากมายเช่น ไม้ ผ้าสักหลาด ค่อนข้างมีความละเอียดอ่อนสูงหากไม่ดูแลเพียงพอชิ้นส่วนเหล่านี้อาจจะเสียหายได้ง่าย

ซึ่งผู้ผลิตเปียโนเองก็ไม่อาจรับผิดชอบได้กับการเสียหายอันเกิดจากสาเหตุเหล่านี้


5.ความชื้นมีผลต่อเปียโนอย่างไร

ผ้าสักหลาด หนังสัตว์ หรือชิ้นส่วนไม้ ซึ่งใช้ในส่วนประกอบใน Action ที่มีความอ่อนไหวกับความชื้นอย่างมาก

ความชื้นที่สูงเกินไปจะทำให้หัวค้อนทื่อ ทำให้เสียงไม่ใส(ไม่เคลียร์) ทำให้เกิดสนิมภายใน และทำให้คีย์ติดขัด

ดังนั้นเปียโนควรได้รับการซ่อมแซมก่อนที่จะเกิดอาการดังกล่าว

6.ทำอย่างไรที่จะป้องกันความชื้นที่มากเกินไป

ผู้ขายเปียโนของคุณสามารถให้คำแนะนำวิธีดูแลตามสภาพอากาศพื้นที่ตั้งเปียโนของคุณได้

อย่างไรก็ตามมีวิธีดูแลทั่วเบื้องต้นดังนี้
-ในวันที่เมฆครึ้มหรือฝนตก ให้ปิดหน้าต่างทุกบานในห้องเปียโน รวมทั้งอย่าลืมปิดฝาเปียโนด้านบนทุกครั้งหลังการเล่น

-ผ้าคลุมเปียโนบางๆ สามารถคลุมป้องกันความชื้นได้ในวันที่มีอากาศชื้นหรือฝนตก และควรถอดออกในวันที่อากาศแห้งหรืออากาศสดใส

-ควรระวังเป็นพิเศษหากคุณอยู่ในพื้นที่ดังนี้
1.ริมทะเลหรือเขตภูมิอากาศชื้น
2.หุบเขาหรือติดภูเขา ,ใกล้แหล่งน้ำ คลอง เขื่อน
3.ในอาคารคอนกรีตที่เพิ่งสร้างเสร็จไม่เกิน 2 ปี
4.ในพื้นที่ที่มีการปล่อยอากาศมาโดยตรงสู่ห้องเปียโน หรือภายในห้องที่มีความอับชื้น

7.ระวังระดับความชื้นที่ต่ำเกินไป

ความชื้นที่ต่ำเกินไปก็เป็นปัญหาเช่นกัน โดยเฉพาะพื้นที่ที่ใช้ระบบปรับอากาศที่ควบคุมให้ห้องมีความชื้นต่ำโดยเฉพาะ

การเปลี่ยนไปใช้การควบคุมความชื้นโดยให้สัมผัสกับอากาศธรรมชาติภายนอก ก็เป็นวิธีที่สามารถแก้ปัญหานี้ได้

อย่างไรก็ตามหากอากาศแห้งเกินไป(มีความชื้นต่ำไป) ส่วนประกอบของไม้และผ้าสักหลาดจะหดตัว
ในกรณีที่ร้ายแรง ตัวซาวน์บอร์ดอาจจะแยกส่วนออกจากกัน ถึงแม้ว่ามันจะประกอบติดด้วยกาวอย่างดีแล้วก็ตาม
การแยกออกของส่วนเหล่านี้เป็นสาเหตุให้เกิดเสียงรบกวน หมุดปรับเสียงอาจเสียหายส่งผลให้จูนเสียงไม่ได้

การป้องกันที่ดีคือการหาต้นไม้เลี้ยงบางชนิด หรือติดตั้งเครื่องเพิ่มความชื้นในห้องเปียโน

8.หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิกะทันหัน

เมื่ออากาศห้องเย็นเปลี่ยนไปร้อนอย่างกะทันหัน ความชื้นจะกลายเป็นไอน้ำเกาะบนสายเปียโนและส่วนที่เป็นโลหะต่างๆ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดสนิม

ส่วนของผ้าสักหลาดจะดูดซึมความชื้นไว้ และก่อให้เกิดความทื่อ ส่งผลให้เสียงไม่ใส(ไม่เคลียร์)

ควรระวังการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิกะทันหันเมื่อย้ายเปียโนไปยังห้องที่มีอากาศเย็น หรือไปห้องที่ไม่มีอากาศถ่ายเทในตึกคอนกรีต

 
9.วางเปียโนในจุดที่ให้เสียงดีที่สุด

ควรวางเปียโนในห้องที่เสียงกระจายตัวอย่างเสมอกัน  ห้องที่มีการรวมเสียงอยู่ที่จุดเดียวจะก่อให้เกิดเสียงสะท้อนได้(Echoes)

ดังนั้นการวางเปียโนในห้องที่มีการกระจายเสียงที่เสมอและต่อเนื่อง จะสร้างเสียงที่เพราะ ชัดเจนเต็มเสียง โดยปราศจากเสียงสะท้อนรบกวน

10.หลีกเลี่ยงวางสิ่งของบนหลังเปียโน

น้ำหนักของสิ่งของที่วางบนหลังเปียโนจะืืำทำให้เสียงเปียโนแย่ลง หรือเกิดเสียงสั่นที่น่ารำคาญ

แจกันดอกไม้อาจทำให้เปียโนดูสวยขึ้น แต่หากโชคร้ายน้ำในแจกันหกใส่หลังเปียโนขึ้นมา จะเกิดหายนะใหญ่หลวงแน่นอน
น้ำจะเป็นสาเหตุของสนิมสำหรับชิ้นส่วนโลหะต่างๆ และยังทำลายหัวค้อนและ action อีกด้วย

หลีกเลี่ยงความเสียหายอันใหญ่หลวงเช่นนี้ ด้วยการไม่วางสิ่งของใดๆบนเปียโน อนุโลมได้เฉพาะกระดาษโน๊ตเพลงหรือเมโทรนอมเท่านั้น

11.หลีกเลี่ยงการวาง หรือเช็ดถูเปียโนด้วยสิ่งเหล่านี้

- ผลิตภัณฑ์พลาสติก (ยกเว้นโพลีเอทิลีน polyethylene)
- ผลิตภัณฑ์ไวนิล
- ผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยแอลกอฮอลล์ทุกชนิด
- ของเหลวประเภท เครื่องสำอาง ยาฆ่าแมลง สเปรย์ต่างๆ ทินเนอร์ทาสี หรือ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี


อย่าปล่อยให้ฝุ่นเกาะเปียโน

ฝุ่นจะทำให้หัวค้อนทื่อ และทำให้เกิดเสียงรบกวน ควรปัดฝุ่นเป็นประจำด้วยผ้านุ่มๆหรือไม้ขนไก่ และเช็ดด้วยผ้านุ่มๆอีกครั้งหนึ่ง


รักษาคียบอร์ดให้สะอาดอยู่เสมอ

คีย์บอร์ดควรมีการทำความสะอาดอยู่เป็นระยะๆ ด้วยผ้าที่นุ่มและแห้ง ห้ามใช้ผลิตภัณฑ์แอลกอฮอลล์ใดๆในการทำความสะอาด เพราะจะทำให้คีย์บอร์ดเกิดการกระเทาะได้

ในกรณีที่คีย์บอร์ดสกปรกมาก ใหทำความสะอาดโดยใช้ผ้าจุ่มในน้ำผสมสบู่เจือจางแล้วบิดให้แห้งเช็ดคีย์บอร์ด โดยอย่าใช้ผ้าผืนเดียวกันนี้เช็ดส่วนอื่นๆหรือส่วนภายนอกตัวเปียโนเด็ดขาด

อย่างไรก็ตาม นิสัยที่ดีที่ควรปลูกฝังนั่นคือ ไม่ควรเล่นเปียโนเมื่อมือสกปรก(อันนี้เป็นสาเหตุที่ไม่มีนักการเมืองไทยเล่นเปียโนครับ) เป็นวิธีที่จะช่วยให้คีย์บอร์ดคงความสะอาดไปได้อย่างยาวนาน

12.การปรับตั้งจูนเสียง

เปียโนเป็นเครื่องดนตรีที่มีความละเอียดอ่อน ต้องการช่างเปียโนมาดูแลเป็นระยะๆ โดยพื้นฐานที่ช่างเปียโนจะดูแลนั่นก็คือการปรับตั้งและจูนเสียง

การจูนเสียงคือการปรับตั้งเสียงทุกๆโน๊ตโดยการปรับตั้งความแน่นของสาย แต่ละสายของเปียโนโดยทั่วไปจะมีความตึงอยู่ที่ประมาณ 90 กก.

จากการใช้งานมันก็จะสูญเสียความตึงไป ซึ่งเป็นสาเหตุให้เสียงเพี้ยนจากเดิม ดังนั้นเปียโนต้องการการตั้งสาย 1-2 ครั้งต่อปี เพื่อให้สายมีความตึงคงเดิม

การปรับตั้งนี้รวมถึงส่วน Action ของเปียโนทั้งหมดด้วย ทั้งนี้การปรับตั้งนี้สำคัญมากยิ่งขึ้นกับแกรนด์เปียโน

เปียโนจะสามารถเล่นดนตรีได้อย่างถูกต้องถูกโน๊ตหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับความแม่นยำในการปรับตั้งค่าเปียโนนั่นเองครับ

 

ค้นหาโน้ตเพลง

Quick Navigation